
Climate refugeeผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศ (Climate refugee) คือ ผู้ที่ถูกบังคับให้ต้องย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศใหม่หรือถิ่นฐานใหม่ภายในประเทศบ้านเกิด อันเนื่องมาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ จนบัดนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าคนเหล่านี้จะย้านถิ่นฐานอยู่ที่ไหน ซึ่งการเกิดภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและความถี่ในการเกิดที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตเป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงผลของการกระทำของมนุษย์ที่ไปเปลี่ยนแปลงและรบกวนทรัพยากรและระบบนิเวศทางธรรมชาติ รวมทั้งการทำให้ระบบภูมิอากาศของโลกเกิดความแปรปรวนซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยทางธรรมชาติในด้านอื่นร่วมด้วยแต่ก็ไม่ได้มีผลมากนัก มนุษย์นั้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้องค์ประกอบทางเคมีของชั้นบรรยากาศของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และมีผลอย่างเป็นนัยยะสำคัญต่อสภาพภูมิอากาศ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยแล้ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ทะเลทราย การเกิดข้ำท่วม การเกิดภัยพิบัติ และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล รวมถึงความแปรปรวนของฤดูกาลและการเกิดพายุ Afifi และ Warner (2550) ได้แสดงข้อมูลทางสถิติที่สำคัญแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการโยกย้ายถิ่นฐาน และการทำลายสิ่งแวดล้อมที่รวมถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐาน คำว่า ผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศ เริ่มมีการใช้ในช่วง ปี พ.ศ. 2523 ซึ่งบางกรณีจะใช้คำว่า ผู้ลี้ภัยทางสิ่งแวดล้อม (Environmental refugee หรือ Environmental migrant) โดยผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศกลุ่มแรกๆ คือ ประชากรบนเกาะโบลา (Bhola Island) ในประเทศบังกลาเทศ ที่มีจำนวนมากกว่า 500,000 คน ที่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน สาเหตุจากน้ำท่วมจนพื้นที่เกาะหายไปถึงครึ่งหนึ่ง ในปี ค.ศ. 2548
ขณะที่ชาวเกาะคาเทเร็ต (Carteret Islands) ในปาปัวนิวกีนีเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่กลายเป็นผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศ อันเนื่องมาจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นโดยเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก ขณะที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ระดับน้ำทะเลต่ำในหลายพื้นที่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเจอกับปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ขณะที่ประเทศตูวาลู (Tuvalu), คีรีบาส (Kiribati) และ มัลดีฟส์ (Maldives) จัดอยู่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์เช่นนี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลและคลื่นพายุ ในอลาสก้า หมู่บ้าน Shishmaref ซึ่งตั้งบ้านเรื่อนอยู่รอบแนวเกาะ Saricherf เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตรต้องอพยพถ้อยล่นออกจากพื้นที่เนื่องจากเผชิญกับปัญหาอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำแข็งในทะเลและน้ำแข็งจากหิมะละลาย นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้รายงานภัยพิบัติโลกของสภากาชาดสากลประจำปี 2544 ได้รายงานว่า มีจำนวนผู้ลี้ภัยด้วยเหตุผลจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมากกว่าจำนวนผู้ลี้ภัยจากสงคราม ราว 25 ล้านคน ต่อมาในปี 2550 รายงานฉบับที่ 4 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) คาดการณ์ว่า ภายในปี 2593 หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2-5 องศาเซลเซียส และจะทำให้มีผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศสูงถึง 150 ล้านคน อ้างอิง : http://en.wikipedia.org/wiki/Climate_refugee |
|||||||||||
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เลขที่ 86 ซอยสนธิวัฒนา แยก 2 ลาดพร้าว 110 วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 02-9353560-2 โทรสาร 02-9352721 |
|||||||||||