ไอยูยู เกี่ยวข้องอะไรกับประมงพื้นบ้าน ?????
ไอยูยู คืออะไร?
กฎระเบียบว่าด้วยการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม หรือ ไอยูยู (Illegal, Unreported and Unregulated Finishing: IUU) เป็นกฎระเบียบที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปได้ประกาศการบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2551 แต่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553
เหตุผลของการนำ ไอยูยู มาใช้เกิดจากปัญหาารลักลอบจับสัตว์น้ำผิดกฎหมายในน่านน้ำต่างๆ การออกระเบียบนี้ขึ้นมา เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้ประกอบการได้เกิดความตระหนัก เกิดการอนุรักษ์ และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันเป็นการสร้างความเป็นธรรมทางการค้าเรื่องการนำเข้าสัตว์น้ำระหว่างประเทศ
การประมงแบบไอยูยู คือ การทำประมงที่ผิดกฎหมาย โดยพิจารณาใน 3 ประเด็นได้แก่
- การทำประมงโดยฝ่าฝืนต่อระเบียบและกฎหมาย (Illegal fishing) เช่น การฝ่าฝืนต่อมาตรการที่กำหนดขึ้นเพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำในประเทศ การฝ่าฝืนพันธกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการประมง เป็นต้น
- การทำประมงแล้วไม่ได้รายงาน (Unreported fishing) หรือหลีกเลี่ยงการรายงาน หรือรายงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการประมงของประเทศ หรือหน่วยงานในระดับภูมิภาค
- การทำประมงในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์กรบริหารจัดการการประมงใน ภูมิภาค โดยเรือไม่ปรากฏสัญชาติ หรือโดยเรือที่ติดธงของประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก หรือโดยองค์กรประมงอื่นๆ ในประการที่ไม่สอดคล้องหรือฝ่าฝืนต่อมาตรการที่กำหนดขึ้น เพื่อการอนุรักษ์ปลา รวมถึงการทำประมงในบริเวณสงวนเพื่อการเพิ่มจำนวนปลาที่ยังไม่เป็นบริเวณที่ มีการกำหนดมาตรการอนุรักษ์ไว้ ในประการที่ไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบของรัฐ เพื่อการสงวนอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ประเทศไทยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
ประเทศไทยในฐานะประเทศที่ทำการประมงโดยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตและส่งออกสินค้าประมง โดยตลาดยุโรปเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าประมงของไทย ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบนี้โดยเฉพาะ
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การจับสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก จะต้องมีหนังสือรับรองการจับสัตว์น้ำ (Catch certificate) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐบาลที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการประมงว่า สัตว์น้ำที่ส่งออกนั้นได้กระทำอย่างถูกกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการการอนุรักษ์และการบริหารจัดการระดับนานาชาติ และไม่เป็นสินค้าประมงที่ผลิตหรือกำเนิดมาจากการทำการประมงที่ผิดกฎหมายตากหลักการของ ไอยูยู สามข้อที่กล่าวมาข้างต้น
ความพร้อมของประเทศไทยต่อประเด็น ไอยูยู
ปัญหาคือไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวแล้วหรือไม่ เบื้องแรกคือผู้อยู่ในวงจรการค้าสินค้าประมง ตั้งแต่ผู้จับปลา ผู้ค้า ผู้แปรรูป ผู้ส่งออกสินค้าประมง เข้าใจต่อกฎระเบียบดังกล่าว และพร้อมที่จะปฏิบัติให้ถูกต้องแล้วหรือไม่ หน่วยงานของไทยที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการค้าการส่งออกสินค้าประมงของไทย มีหน่วยงานหลักอย่างน้อยสองหน่วย คือ กรมประมงที่มีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลการประมงของไทย และกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศที่มีหน้าที่บริหารการส่งออก และเป็นผู้ให้บริการการออกหนังสือรับรองการส่งออกต่างๆ มีความพร้อมที่จะให้บริการในการออกหนังสือรับรองการจับปลา ตลอดจนหนังสือรับรองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า และมีความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าประมงหรือให้เกิดให้น้อยที่สุด
ชาวประมงพื้นบ้านเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
หลังจากสหภาพยุโรปได้ประกาศระเบียบฉบับนี้ออกมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงในฐานะผู้เกี่ยวข้องโดยตรงได้ดำเนินการต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมการรองรับกฎระเบียบ เพื่อให้สามารถทำการรับรองสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ ว่าไม่ได้มาจากการทำการประมงไอยูยู ให้ทันตามกำหนดระยะเวลาที่ประเทศไทยได้ไปลงนามรับรองกฎระเบียบดังกล่าว ซึ่งหากมองประเด็นความสัมพันธ์และกลุ่มใหญ่เกี่ยวข้องกับ “ไอยูยู” พบว่า จะเกี่ยวข้องกับการประมงในเชิงพาณิชย์เพื่อการส่งออกมากกว่าการประมงพื้นบ้าน เนื่องจากสินค้าทางด้านประมงที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นผลิตจากการประมงพาณิชย์ แต่หากพิจารณาถึงประเด็นแนวทางการดำเนินงานของกรมประมงต่อเรื่องนี้พบว่า การดำเนินในเรื่อง “ไอยูยู” ของกรมประมงบางประเด็นเกี่ยวข้องชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องการจดทะเบียนเรือ
เนื่องจากมีการระบุชัดเจนในเรื่องการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย (Illegal) ว่าเรือประมงไทยทุกลำต้องมีการจดทะเบียนเรือ และต้องได้รับอนุญาตการทำประมง (อาชญาบัตร) กรมประมงจึงประสานกับกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีในการดำเนินการจดทะเบียนเรือประมงไทยทุกลำ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2552 ในส่วนของอาชญาบัตรกรมประมงได้ดำเนินการมาโดยตลอดแล้วให้เรือประมงไทยดำเนินการขออาชญาบัตรให้ถูกต้องต่อประเด็นนี้ หลายฝ่ายมองว่าหน่วยงานรัฐต้องการที่จะควบคุมจำนวนชาวประมงพื้นบ้านและเป็นแนวทางที่จะลดจำนวนชาวประมงพื้นบ้านลง ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านส่วนหนึ่งไม่พร้อมที่จะจดทะเบียนเรือ ประกอบกับชาวประมงพื้นบ้านส่วนใหญ่มีฐานะค่อนข้างยากจน การจดทะเบียนเรือและต่อทะเบียนเรือจึงไม่ใช่ประเด็นหลักที่ชาวบ้านต้องให้ความสำคัญ การประกอบอาชีพและการทำมาหากินเพื่อดำรงชีวิตอยู่ในแต่ละวัน การมีชีวิตครอบครัวที่ดีขึ้น และการอยู่รอดในท่ามกลางความไม่มั่นคงด้านเศรษฐกิจและอาชีพเป็นเรื่องที่ชาวประมงกำลังเผชิญหน้าอยู่ทุกวัน และเป็นประเด็นสำคัญที่ชาวประมงต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาให้การสนับสนุนและช่วยเหลือมากกว่า
อ้างอิง
http://news.thaieurope.net/content/view/3089/214/
http://www.fisheries.go.th/fish/web/iuumain.html |