บ้านย่าหมี จ.พังงา ชุมชนกับการจัดการทรัพยากร
โดย สุจารี ไชยบุญ
องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน
ปฐมบทแห่งการต่อสู้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
บ้านย่าหมีเป็นชุมชนมุสลิมขนาดเล็ก ที่มีประชากรเพียงแค่ 459 คน จาก 81 ครัวเรือน ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ด้วยสภาพพื้นที่เป็นเกาะ จึงประกอบอาชีพประมงชายฝั่งเป็นหลัก ทอดแห หาหอย ตกปลา วางอวน ล้วนเป็นภาพที่คุ้นตา เป็นวิถีชีวิตที่คุ้นชิน ชีวิตคนในชุมชนจึงผูกพันกับทะเลและป่าไม้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
บ้านยาหมีเป็นอีdหนึ่งในหลายๆ ชุมชนที่มีแนวคิดการจัดการทรัพยากธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ในอดีตตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.2527 ประมาณ 10 ปี รัฐบาลไทยมีนโยบายให้สัมปทานป่าไม้ทั่วประเทศไทย ซึ่งรวมถึงพื้นที่ป่าชายเลยบ้านย่าหมีด้วยเช่นกัน กลุ่มทุนที่ได้รับการสัมปทานมี 2 กลุ่ม จากจ.ภูเก็ตและพังงา ว่าจ้างแรงงานชาวพม่าเข้าตัดไม้ในปาชายเลนเพื่อเผาถ่าน ผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์กว่า 2,800 ไร่ ของชุมชนบ้านย่าหมีคกอยู่ในภาวะวิกฤต มีสภาพเสื่อมโทรมจนไม่เหลือเค้าเดิมของความอุดมสมบูรณ์ ไม้โกงกางต้นแล้วต้นเล่าถูกตัอส่งผ่านไปยังเตาถ่านในพื้นที่ จากห่าชายเลนซึ่งเป็นป่าที่ปกป้องดูแลสัตว์เศรษฐกิจกลายสภาพมาเป็นถ่ายไม้โกงกางต่ำต้อยด้วยราคา
หลังจากปฏิบัติการยืดพื้นที่สัมปทานป่าชายเลนได้ใน พ.ศ. 2528 ชาวบ้านได้ปล่อยให้ป่าชายเลนได้ฟื้นตัวตามธรรมชาติ โดยการงดเว้นการตัดไม่ระยะหนึ่ง และปลูกป่าชายเลนเสริมในช่วยวันสำคัญ พร้หมกันนั้นได้มีข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อนำไปปฏิบัติร่วมกันของคนในชุมชน เพื่อให้ป่าชายเลนชุมชนที่สมบูรรณ์แบบ และชาวบ้านย่าหมีสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายชัวอายุคน ทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้แก่เยาวชนรุ่นหลัง ได้รู้จักพื้ชพันธุ์ไม้ในระบบนิเวศน์ป่าชายเลน และชุมชนบ้านย่าหมีกลายเป็นกรณีศึกษาของชุมชนอื่นที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นได้สะท้อนความคิดที่สำคัญ นั่นคือ องค์กรชุมชนบ้านย่าหมีมีการจัดการป่าชายเลนอย่างเป(นรูปธรรม
การประกาศรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2545 ชุมชนบ้านย่าหมีได้รับรางวัลชมเชย ประเภทชุมชน ซึ่งเป็นผลมาจากการเหน็ดเหนื่อยและเสียงตายจากการปกป้องป่าชายเลนผืนนี้ ในขณะที่ชาวบ้นดูแลและจัดการป่าชายเลยชุมชนอันอุดมสมบูรณ์ ก็ต้องเผชิญกับปัญหาทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมถึงชีดสุด ซึ่งเป็นผลมาจากการลักลอบเข้ามาทำการประมงของเรืออวนลาก อวนรุน และเรือปั่นไปปลากะตักในเขตหวงห้าม 3,000 เมตรอยู่เป็นประจำ
เรือชาวประมงพื้นบ้านในอ่างพังงาแทบทุกลำไม่สามารถจับสัตว์น้ำได้เลย จากที่มีกุ้งติดอวนลอยกุ้ม 3 ชั้นจำนวนนังไม่ถ้วนในอวนผืนยาวเหยีด กลับพบแต่ความว่างเปล่า ชาวบ้านย่าหมีก็หนีไม่พ้นวิกฤตแห่งชีวิตนี้
สิ่งเดียวที่จะทำให้ความอุดมสมบูรณ์ในอ่างพังงา ทะเลอันดามันกลับคืนมา โดยใช้หลักคิดง่ายนั่นคือ ถ้าไม่มี “สิ่งที่ทำลาย” ทะเลก็จะเหมือนเดิมนั่นหมายความว่า กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านพยายามผลักดันในเชิงนโยบายทั้งในระดับท้องถิ่นและส่วนกลางเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสมัยนั้นคือกรมประมง ยกเลิกการใช้เครือ่งมืออวนลาก อวนรุนและขยายเขต 3,000 เมตร ออกไปเป็น 5,400 เมตร หรือ 3 ไมล์ทะเล
ดังนั้น ชาวบ้านย่าหมีจึงรวมตัวกันแม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่เมื่อไรวมกับชาวประมงพื้นบ้านจาก จ.ภูเก็ต จ.พังงาและจ.กระบี่ โดยใช้ชื่อ “เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวพังงา” และทุกคนเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ จากพลังกลุ่มเล็กๆ ก็กลายเป็นกลังอันยิ่งใหญ่ นั่นจึงนำไปสู่ “ขบวนการคนกู้ทะเล” เพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน
เปิดปมโกงที่ป่าสงวนฯ บ้านย่าหมี จ.พังงา
ดูราวกับว่าการมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ มีทะเลที่อุดมไปด้วยสินทรัพย์สัตว์น้ำ น่าจะเป็นชีวิตที่ลงตัวควรมีความสุขเสียที ถ้าบริษัท นาราชา จำกัด จะไม่หยิบยื่นความหายนะมาให้ชาวบ้านย่าหมี
บริษัท นาราชา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนต่างชาตอ ได้สนองตอบต่อกระแสการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลมาจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2548 พิจารณาเห็นชอบในหลักการดครงการพัฒนาอ่าวภูเก็ต พังงา กระบี่ ให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (เขตพัฒนาอุจสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ยว) ด้วยการกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากใน ต.เกาะยาวใหญ่เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก 2 อย่าง
สิ่งแรกคือ ในต้นปี 2549 มีดครงการสร้างท่าเทียบเรือมารีน่า และทำพอนทูนจอดเรือ ไม่ต่ำกว่า 85 ลำพื้นที่เป้าหมาของการสร้างท่าเทียบเรือมารีน่า คือ “อ่างคลองสน” ซึ่งมีลักษณะเป็งเวิ้งอ่าว สามารถจอดเรือให้หลบลมได้ และมีความอุดมสมบูรณ์อย่างหามี่ใดเปรียบมิได้ นั่นคือ เป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใน จ.พังงา รวมพื้นที่ถึง 700 ไร่ ทำให้คนในชุมชนและนอกชุมชนได้ใช้ประโยชน์ในการจับสัตว์น้ำที่อาศัยบริเวณหญ้าทะเล ทั้งเพื่อเป็นอาหารในครัวเรือนและเพื่อชาย
เป็นที่ทราบกันดีว่าที่ไหนมีหญ้าทะเล ที่นั้นจะมีพะยูน รวมไปถึงเก่าทะเลบางชนิด้วย อีกทั้งยังเป็นระบบนิเวศชายฝั่งที่สำคัญส่วนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลและที่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่นอน นอกจากแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่แล้ว ยังมีปะการังน้ำตื้นอีกด้วย มีหมู่บ้านเพียงไม่กี่แห่ง ที่จะมีระบบนิเวศชายฝั่งครบและสมบูรณ์ดังเช่นหมู่บ้านย่าหมี
ชาวบ้านย่าหมีกลับมารวมกลุ่มกันเพื่อกอบกู้ทะเลกันอีกครั้ง เป็นขบวนการปกป้องพื้นที่อ่างคลองสน เกิดขึ้นภายใต้ชื่อ “กลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” กระบวนการต่อสู่ของชาวบ้านย่าหมี เพื่อปกป้องทรัพยากรชายฝั่งในพื้นที่อ่างคลองสนนั้น เริ่มกระทำตั้งแต่การยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่น ไปจนถึงระดับจังหวัด ชาวบ้านย่าหมีไม่ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรแต่เพียงลำพัง เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน จ.พังงาและภูเก็ด ได้เดินทางเข้าไปให้กำลังใจถึงในพื้นที่
จนกระทั้ง เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2550 สำนักงานขนส่งทางบกที่ 5 สาขาพังงา ได้ยกเลิกการอนุญาตก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือมารีน่า บริเวณอ่าวคลองสน บ้านย่าหมี เนื่องตจากรัฐมนตรีช่วย่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมชนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี แจ้งให้สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 5 สาขาพังงา เพิกถอนใบอนุญาต นังว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับชาวบ้านย่าหมี แต่ความสุขนั้นมีกจะมาพร้อมกับความทุกข์เสมอ ชาวบ้านย่าหมีพบความผิดปกติของป่าบนเขาที่อยู่หน้าหาดคลองสนและนั่นเป็นที่มาของ สิ่งก่อสร้างประการสุดท้ายคือ การสร้างรีสอร์ทหรูและบ้านพักตากอากาศบนเชิงเขา ป่าที่อยู่บนเขานี้ส่วนหนึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าช่องหลาด”
ป่าช่องหลาด ครอบคลุมพื้นที่ 5 ชุมชน 2 ตำบล คือบ้านช่องหลาด บ้านคลองเหีย บ้านย่าหมี ต.เกาะยาวใหญ่ และบ้านโล๊ะโป๊ะ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา และที่สำคัญที่สุดมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเข้าไปใช้ประโยชน์จากป่าผืนนี้ และได้ประโยชน์จากกการเป็น “ป่าต้นน้ำ”
ในปลายปี 2550 เมื่อชาวบ้านสังเกตเห็นบนภูเขาที่อยู่หน้าหาดคลองสนมีการใช้รถแบ็คโฮไถเปลี่ยนสภาพจากพื้นที่ป่าสมบูรณ์เป็นการปลูกกล้วย มะพร้าว เฟื่องฟ้า เป็นต้น และถางป่าทำให้กลายสภาพเป็นป่าเสือ่มโทรม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขา ชื่อ “ควนย่าหมี เขาช่องหลาด” ซึ่งมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องหลาด ชาวบ้านจึงช่วยกันสืบหาความจริงและพบว่า มีบริษัทร่วมทุนต่างชาติบริษัทเดิมกว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านและออกเอกสารครอบคลองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องหลาดบางส่วน ซึ่งอยู่ในเขตบ้านย่าหมีด้วย และชาวบ้านย่าหมีกว่า 30 คน รวมตัวกันเข้าไปสำรวขพื้นที่ป่าต้นน้ำของชุมชนหลังจากได้มีการนำรถแบ็คโฮเข้ามาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
หลังจากนั้นต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ชาวบ้านย่าหมี จำนวน 17 ราย ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจากสถานีตำรวจภูธร อ.เกาะยาว จ.พังงา ด้วยข้อหาร่วมกันบุกรุกหรือเข้าไปทำการใดๆ อันเป็นการรบการการครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข และร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร
หากลองนำข้อเท็จจริงบางประการจากหลายๆ แห่งมาต่อกัน จะพบว่า เจ้าของโครงการท่าเรือมารีน่าที่อ่าวคลองสนและโครงการส้างรีสอร์ทหรูบุกรุกป่าสงสนแห่งชาติที่อยู่หน้าอ่าวคลองสน คือบริษัทเดียวกัน และลองมาพิจารณาห้อมูลทาทะเลฝั่งตรงข้ามอ่าวคลองสน บ้านย่าหมี คือ อ่าวป่าคลอก ซึ่งมี 4 หมู่บ้านคือ บ้านผักฉีด บ้านป่าคลอก บ้านบางโรง และบ้านยามู อ.ถลาง จ.ภูเก็ด และแหลมยามู ต.ป่าคลอก จ.ภูเก็ต มีโครงการสร้างท่าเรือมารีน่าที่บ้านยามูด้วยเช่นกัน หากการสร้างท่าเรือมารีน่าทั้ง 2 แห่งสำเร็จ อย่างน้อยๆ ท่าเรือยอร์ชเรือสำราญสามารถเดินทางจากภูเก็ตถึงเกาะยาวใหญ่ได้ง่าย ประหยัด และเป็นส่วนตัวมากขึ้น
กลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นกลุ่มเล็กๆ กำลังคนเพียงเล็กน้อย ต้องกลายเป็นฝ่ายตั้งรับกับนโยบายการท่องเที่ยวจากรัฐ และกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มีเงินและอำนาจ สิ่งที่กลุ่มเครือข่ายฯต้องการก็คือ ยุติการบุกรุกและเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าช่องหลาด แต่สิ่งที่เห็นอยู่คือ ชาวบ้านย่าหมีโดดเดี่ยวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับอำเภอและระดับชาติ ทั้งๆ ที่ชาวบ้านย่าหมีทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรชองชาติ
การที่ชมุชนย่าหมีที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเชียวเป็นเครื่องหมายการันตรีได้เป็นอย่างดีว่าเป็นชุมชนที่ดูแลและจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นชุมชนที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาเณาจักรไทยปี 2550 มาตรา 67 ว่าด้วยสิทธิของบุตตลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์บำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์ทรัพยกรทางทะเลและชายฝั่ง ขอยืนยันว่าจะต่อสู้ เพื่อถามหาความยุติธรรม และรักษาไว้ซึ่งสิทธิอันชอบธรรมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
|