สิทธิในการกำหนดราคาผลผลิต : เมื่อชาวประมงพื้นบ้านไม่มีสิทธิต่อรอง
เมื่ออาชีพประมงพื้นบ้านตกอยู่ในสภาพอดทน ดิ้นรนต่อสู่กับสภาวะสินค้าแพง ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน อุปกรณ์ทำการประมงที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่มูลค่าราคาสัตว์น้ำที่จับมาได้ขึ้นอยู่กับกลไกตลาดที่ถูกควบคุมโดยพ่อค้าคนกลาง โดยการคาขายแบบนี้ดูเหมือนชาวประมงพื้นบ้านจะต้องแบกรับภาระที่ยากลำบากขึ้นมากขึ้น บางครั้งออกทะเลก็ใช่ว่าจะจับ กุ้ง หอย ปู ปลา กลับมาได้ทุกครั้ง ในขณะที่ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลงจากแต่ก่อนไปมาก
ปัญหาดังที่กล่าวมา ชาวประมงพื้นบ้านบางชุมชนจึงได้คิดหาทางออกให้กับวิถีชีวิตของตัวเอง เพื่อความอยู่รอด เมื่อมีแนวคิดเช่นนี้ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมภายในชุมชนของตนเองให้รวมกลุ่มกันขึ้น
กล่าวได้ว่า การรวมกลุ่มหรือการรวมตัวกันของแพชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน เป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวคิดในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งเป็นรูปธรรมในการพยายามปลดแอกจากพันธนาการทางเศรษฐกิจ เป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิในการกำหนดราคาผลผลิตของตนเอง
จากการให้สัมภาษณ์ของชาวประมงพื้นบ้านที่สะท้อนความสัมพันธ์ในประเด็นที่กล่าวถึงข้างต้นได้อย่างถึงแก่นว่า “ชาวประมงพื้นบ้านไม่มีสิทธิต่อรองราคาได้เลย เถ้าแก่คนนี้สามารถที่จะด่าพ่อ ด่าแม่ ได้เลย เนื่องจากเขาปกครองได้ทั้งหมด เมื่อการถูกกดขี่ด้านราคาและความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของการรวมตัวจึงขยายผลออกมาจากการพูดคุยกันของคนเพียง 4 คน ที่ได้เร่มชักชวนพรรคพวกในหมู่บ้านมารวมกลุ่มกันจนได้สมาชิก 22 คน จัดตั้งเป็นกลุ่มแพชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาของชาวประมงพื้นบ้าน แต่ก็ยังประสบปัญหาทางด้านการบริหารจัดการและการตลาด”
แพชุมชน ฟื้นชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน
ที่ผ่านมาการขยายแนวคิดเรื่องแพชุมชนสู่การสร้างเครือข่ายจนกลายเป็นแพกลางนั้น มีเป้าหมายที่การสร้างความเข้มแข็งในการต่อรองราคาผลผลิตแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จจากการบริหารจัดการทางด้านการผลิต การตลาดและราคาที่บริหารโดยองค์กรชุมชน เนื่องจากยังไม่พร้อมและยังขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการแพในระยะเริ่มต้น รวมถึงความไม่เข้าใจในเป้าหมายที่แท้จริงของสมาชิกทั้งหมดที่เกิดจากการรวมตัวกันหลายๆ กลุ่มมาทำงานร่วมกัน รวมทั้งการหวังเพียงผลกำไรเป็นส่วนใหญ่และหวังพึ่งพาแหล่งทุนากภายนอกเพียงอย่างเดียวเพื่อประคองแพให้อยู่ได้นั้นไม่ยั่งยืนจึงยังไม่สามารถนำไปสู่การจัดการและฟื้นฟูทรัพยากรได้อย่างแท้ริง
ดังนั้น จุดเริ่มต้นของแพชุมชนอาจต้องเรื่มต้นจากการร่วมสร้างเป้าหมายที่ชัดเจนของกลุ่มเครือข่ายแพชุมชนเป็นอันดับแรกก่อนจะนำไปสู่การวางแผนร่วมกัน สำหรับการบริหารจัดการควรมอบหมายให้ผู้ที่มีประสบการณ์ก่อนในระยะเริ่มต้นหรือต้องมีที่ปรึกษาที่สามารถให้คำแนะนำได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะต้นทุนที่สำคัญ
กรณีการตั้งกลุ่มแพชุมชนหรือแพกลางบ้านขอนคลาน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของคนจำนวนไม่กี่คนและต่อสู่จนสามารถกลายเป็นกลุ่มที่ยืนหยัดในการปลดแอกไถ่ถอนหนี้สินจากนายทุนได้ และการใช้เวลายาวนานในการบ่มเพราะประสบการณ์กว่าจะสามรถเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเป็นแพต้นแบบและขยายผลต่อไปยังชุมชนอื่นๆ
ขณะนี้หลายชุมชนหลายชุมชนได้มีการรวมกลุ่มสร้างแพชุมชนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อม ความเข้มแข็งของชุมชนและสิ่งที่เกิดขึ้นก็ส่งผลสะท้อนไปยังชุมชนอื่นๆ การรวมกลุ่มโดยชุมชนเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งและบริหารจัดการเองเช่นนี้จะมีส่วนทำให้คนในชุมชนมีทางเลือก ทางออกในการขายสินค้าของตนมากขึ้น อีกทั้งเถ้าแก่ทั้งหลายจะต้องปรับตัวตามระบบแพของชุมชน คือ การลดลงของการเอาลัดเอาเปรียบ ซึ่งน่าจะเป็นทางออกและการดำรงอยู่ของทุนในชุมชนที่ได้ปลดแอกแล้วเหล่านี้ ในการรวมกลุ่มเช่นนี้ย่อมนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างแท้จริงและยั่งยืน
จากจุดเริ่มต้นและแนวคิดในการทำแพชุมชนโดยชุมชนนั้น ถือเป็นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมที่จะทำให้เกิดความเข้มแข็งให้กับตนเองและชุมชน โดยมีรูปแบบในการทำธุรกิจ ดังนี้
- เพื่อสร้างกิจกรรมให้เกดจิตสำนึกในการฟื้นฟูทะเลและเป็นหลักประกันความมั่นคงด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ
- เพื่อเรียนรู้ระบบบริหารจัดการธุรกิจได้ด้วยตนเอง
- เพื่อให้สามารถพึ่งตัวเองได้ในอนาคตและลดขั้นตอนจากนายทุนในชุมชน
แท้จริงแล้วระบบของธุรกิจแพชุมชนเป็นเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ เป็นระบบตลาดที่ไม่มีการผูกขาด เป็นการติดต่อค้าขายกันโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ภายใต้การช่วยเหลือ พึ่งพากันและกัน แทนการแข่งขัน ภายใต้ระบบเศรษบกิจสากล
|