เห็นพ้องถกโลกร้อนอีก2รอบปีนี้
ไทยโพสต์
13 เมษายน 2553
เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก 175 ชาติ เห็นชอบร่วมกันในการประชุมที่จัดโดยองค์การสหประชาชาติ ณ เมืองบอนน์ ของเยอรมนี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้จัดการประชุมนัดพิเศษอีก 2 รอบในปีนี้ เพื่อหาทางฟื้นการเจรจาสนธิสัญญาโลกร้อนขึ้นมาใหม่หลังการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญที่กรุงโคเปนเฮเกนปลายปีปีที่แล้วจบลงแบบไม่ได้ข้อสรุป
ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าควรมีการประชุมเพิ่มอีก 2 รอบในปีนี้ และเตรียมแผนสำหรับร่างข้อตกลงโลกร้อนก่อนที่การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดลอมประจำปีจะมีขึ้นที่เมืองแคนคูนของเม็กซิโกช่วงปลายปีนี้
"ผลประชุมที่ออกมาเป็นไปในทิศทางบวก และเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการประชุมนัดต่อๆ ไป" โจนาธาน เพอร์ชิง หัวหน้าคณะผู้แทนจากสหรัฐกล่าว
ก่อนหน้านี้ อีโว เดอร์ โบร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศของยูเอ็น ระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลทุกประเทศต้องเน้นหนักในปีนี้ก็คือการช่วยเหลือบรรดาชาติยากจนให้สามารถรับมือกับภัยโลกร้อนได้ รวมถึงช่วยกันปกป้องป่าไม้ และหันมาใช้เทคโนโลยีสะอาดมากขึ้น
"ผมไม่คิดว่าการประชุมที่แคนคูนได้นำมาซึ่งข้อตกลงที่เรารอคอย" กล่าวกับรอยเตอร์ระหว่างการประชุมที่บอนน์ ซึ่งถือเป็นเวทีแรกที่จัดขึ้นหลังซัมมิตที่โคเปนเฮเกนปิดฉากลงอย่างน่าผิดหวัง
ด้านอีเลียต ไดริงเกอร์ จากพิวเซ็นเตอร์ บอกว่า การทำข้อตกลงแก้ปัญหาโลกร้อนร่วมกันน่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี "เราไม่ควรหลอกตัวเองว่าเราจะตกลงกันได้ภายใน 1 หรือ 2 ปีนี้ เพราะเราก็รู้กันดีว่ามันเป็นไปไม่ได้"
ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-11 มิถุนายนนี้ จะมีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ระดับสูงกันอีกครั้งที่เมืองบอนน์ เพื่อพิจารณาร่างข้อตกลงแก้วิกฤติโลกร้อน ขณะที่การประชุมนัดพิเศษ 2 รอบ ที่วางแผนจะจัดขึ้น ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดสถานที่และวันเวลา
ข้อตกลงที่ได้จากการประชุมสุดยอดที่กรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งไม่มีผลผูกพันในแง่การปฏิบัติ แม้จะได้รับการสนับสนุนจาก 120 ชาติ นำโดยสหรัฐ แต่ก็ยังมีชาติยากจนอีกหลายชาติที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว อาทิ ซูดาน และโบลิเวีย
ข้อตกลงที่ว่า ตั้งเป้าจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศา จากช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้กำหนดวิธีการว่าจะต้องทำอย่างไร
ข้อตกลงนี้ยังมาพร้อมกับสัญญาจัดตั้งกองทุน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือชาติกำลังพัฒนารับมือกับภัยโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง และดินถล่ม ระหว่างปี 2553-2555 และอาจเพิ่มเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ ในอนาคตอีกด้วย.
|