
จับตาภัยแล้ง วิกฤติ! ลามค่อนประเทศ
วันที่ 16 เมษายน 2553 โดย ไทยรัฐออนไลน
มหาดไทยตีแผ่ข้อมูล ภัยแล้งคุกคาม 52 จังหวัดแล้ว รุนแรงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อีสานหนักสุด ชาวบ้านทั่วประเทศเดือดร้อนเกือบ 2 ล้านครอบครัว ไร่น่าเสียหาย 1.5 แสนไร่...

ดินแตกระแหง เพราะความแห้งแล้ง
สงกรานต์ปีนี้ หลายคนอยู่ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว เช่นเดียวกับอีกไม่น้อยสนุกสนานกับการเล่นสาดน้ำในเดือนร้อนที่สุดของปี แต่ในช่วงเวลาเดียวกันคงยากจะปฏิเสธว่าอีกหลายๆ คนอยู่ในสภาวะทุกข์ทนกับสภาพแผ่นดินในไร่นาแตกระแหง ร้อนระอุ น้ำในบึงแห้งขอด และขาดน้ำกินน้ำใช้ เนื่องจากภัยแล้งมีความรุนแรงและมาเร็วกว่าทุกปี
ยืนยันด้วยข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน โดยนายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาไทย กล่าวเอาไว้ระหว่างการประชุมแก้ปัญหาภัยแล้งที่ จ.นครราชสีมา ว่า ณ วันที่ 22 มี.ค. ทั่วประเทศประสบภัยแล้งแล้ว 52 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัด และภาคใต้อีก 7 จังหวัด
อนุชา โมกขะเวส ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
ทั้งนี้ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า มีพื้นที่ประสบภัยแล้งเพียง 49 จังหวัด ปีนี้ เพิ่มขึ้น 3 จังหวัด ทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 150,000 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ไร่ 120,000 ไร่ นาข้าว 15,000 ไร่และพื้นที่เพาะปลูกพืชสวนอื่นๆ สำหรับการให้ความช่วยเหลือจังหวัด อำเภอและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแจกจ่ายน้ำกินน้ำใช้ไปแล้ว 78 ล้านลิตร ใช้รถน้ำกว่า 560 คัน นอกจากนั้น ยังมีการซ่อมและสร้างทำนบชั่วคราวปิดลำน้ำกว่า 3,600 แห่ง และขุดลอกแหล่งน้ำอีก 4,000 แห่ง
นายอนุชา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีการใช้งบประมาณแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนไปแล้วรวม 318 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 700 เครื่อง จากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่วิกฤต ซึ่งเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 15 จังหวัด จาก 19 จังหวัด
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ปีนี้ฝนน้อยและประสบภัยแล้งมาตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. ดังนั้น จะต้องจัดหาน้ำให้ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบปัญหารุนแรงให้ทั่วถึง เพราะถ้าขาดน้ำจะเป็นปัญหาใหญ่ ส่วนเรื่องงบประมาณไม่มีปัญหา แต่ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำและทำตามคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำนาปรัง เพื่อให้ผ่านพ้นภัยแล้งไปได้

ภัยแล้งถือเป็นภัยใกล้ตัวอีกอย่างที่ต้องระวัง
ขณะนี้ 52 จังหวัดมีปัญหาภัยแล้งทั้งหนัก กลางและเบา ปัญหาปีนี้มีความรุนแรงและขยายพื้นที่มากขึ้นกว่าทุกปี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 19,000 หมู่บ้าน หรือ กว่า 1,750,000 ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12.5% เฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหมู่บ้านประสบภัยแล้ง 10,000 หมู่บ้าน นอกจากนั้น ยังมีการการคาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้จะยาวนานถึงกลางเดือน พ.ค.

ทำนาก็ไม่ได้ เพราะปีนี้แล้งจริงๆ
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศ ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ให้ข้อมูลว่า ณ วันที่ 30 มี.ค. มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,252 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่าง โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่าง 5,513 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่าง เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่าง 3,932 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่าง

ถ้าไม่รู้จักรักธรรมชาติ อนาคตก็จะต้องเป็นเช่นนี้
โดยภาพรวมแล้วขณะนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องสูบน้ำสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง นอกจาก นั้น ยังมีรถบรรทุกน้ำอีก 295 คัน กระจายอยู่ทั่วประเทศและพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ จากปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศแล้ว 698 เครื่อง ใน 40 จังหวัด และรถบรรทุกน้ำ 12 คัน ในพื้นที่ 3 จังหวัด
|