SDF

Pic_74329

จับตาภัยแล้ง วิกฤติ! ลามค่อนประเทศ

วันที่ 16 เมษายน 2553 โดย ไทยรัฐออนไลน

มหาดไทยตีแผ่ข้อมูล ภัยแล้งคุกคาม 52 จังหวัดแล้ว รุนแรงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อีสานหนักสุด ชาวบ้านทั่วประเทศเดือดร้อนเกือบ 2 ล้านครอบครัว ไร่น่าเสียหาย 1.5 แสนไร่...
ดินแตกระแหง เพราะความแห้งแล้ง
ดินแตกระแหง เพราะความแห้งแล้ง
สงกรานต์ปีนี้ หลายคนอยู่ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว เช่นเดียวกับอีกไม่น้อยสนุกสนานกับการเล่นสาดน้ำในเดือนร้อนที่สุดของปี แต่ในช่วงเวลาเดียวกันคงยากจะปฏิเสธว่าอีกหลายๆ คนอยู่ในสภาวะทุกข์ทนกับสภาพแผ่นดินในไร่นาแตกระแหง ร้อนระอุ น้ำในบึงแห้งขอด และขาดน้ำกินน้ำใช้ เนื่องจากภัยแล้งมีความรุนแรงและมาเร็วกว่าทุกปี
ยืนยันด้วยข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน โดยนายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาไทย กล่าวเอาไว้ระหว่างการประชุมแก้ปัญหาภัยแล้งที่ จ.นครราชสีมา ว่า ณ วันที่ 22 มี.ค. ทั่วประเทศประสบภัยแล้งแล้ว 52 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 8 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัด และภาคใต้อีก 7 จังหวัด

    อนุชา โมกขะเวสอนุชา โมกขะเวสชวรัตน์ ชาญวีรกูล                          ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
ทั้งนี้ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า มีพื้นที่ประสบภัยแล้งเพียง 49 จังหวัด ปีนี้ เพิ่มขึ้น 3 จังหวัด ทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 150,000 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ไร่ 120,000 ไร่ นาข้าว 15,000 ไร่และพื้นที่เพาะปลูกพืชสวนอื่นๆ สำหรับการให้ความช่วยเหลือจังหวัด อำเภอและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแจกจ่ายน้ำกินน้ำใช้ไปแล้ว 78 ล้านลิตร ใช้รถน้ำกว่า 560 คัน นอกจากนั้น ยังมีการซ่อมและสร้างทำนบชั่วคราวปิดลำน้ำกว่า 3,600 แห่ง และขุดลอกแหล่งน้ำอีก 4,000 แห่ง
นายอนุชา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีการใช้งบประมาณแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนไปแล้วรวม 318 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 700 เครื่อง จากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่วิกฤต ซึ่งเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 15 จังหวัด จาก 19 จังหวัด
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ปีนี้ฝนน้อยและประสบภัยแล้งมาตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. ดังนั้น จะต้องจัดหาน้ำให้ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบปัญหารุนแรงให้ทั่วถึง เพราะถ้าขาดน้ำจะเป็นปัญหาใหญ่ ส่วนเรื่องงบประมาณไม่มีปัญหา แต่ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำและทำตามคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำนาปรัง เพื่อให้ผ่านพ้นภัยแล้งไปได้
ภัยแล้งถือเป็นภัยใกล้ตัวอีกอย่างที่ต้องระวัง

ภัยแล้งถือเป็นภัยใกล้ตัวอีกอย่างที่ต้องระวัง

ขณะนี้ 52 จังหวัดมีปัญหาภัยแล้งทั้งหนัก กลางและเบา ปัญหาปีนี้มีความรุนแรงและขยายพื้นที่มากขึ้นกว่าทุกปี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 19,000 หมู่บ้าน หรือ กว่า 1,750,000 ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12.5% เฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหมู่บ้านประสบภัยแล้ง 10,000 หมู่บ้าน นอกจากนั้น ยังมีการการคาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้จะยาวนานถึงกลางเดือน พ.ค.

ทำนาก็ไม่ได้ เพราะปีนี้แล้งจริงๆ
ทำนาก็ไม่ได้ เพราะปีนี้แล้งจริงๆ

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศ ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ให้ข้อมูลว่า ณ วันที่ 30 มี.ค. มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,252  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่าง โดยเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่าง 5,513 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่าง เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่าง 3,932 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่าง
ถ้าไม่รู้จักรักธรรมชาติ อนาคตก็จะต้องเป็นเช่นนี้
ถ้าไม่รู้จักรักธรรมชาติ อนาคตก็จะต้องเป็นเช่นนี้

โดยภาพรวมแล้วขณะนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องสูบน้ำสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งจำนวน 1,200 เครื่อง นอกจาก นั้น  ยังมีรถบรรทุกน้ำอีก 295 คัน กระจายอยู่ทั่วประเทศและพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ จากปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศแล้ว 698 เครื่อง ใน 40 จังหวัด และรถบรรทุกน้ำ 12 คัน ในพื้นที่ 3 จังหวัด

 

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เลขที่ 86 ซอยสนธิวัฒนา แยก 2 ลาดพร้าว 110 วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 02-9353560-2 โทรสาร 02-9352721